ลดครั้งใหญ่ที่สุดในรอบปี เตียงที่นอนทุกรุ่น ลด 80% เริ่มตั้งแต่วันนี้ – 30 พ.ย. 2568

*เงื่อนไขบริการเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

เตรียมพร้อมรับมืออาการเจ็ทแลค (Jet Lag) กี่วันหาย? แก้ยังไงได้บ้าง?

ใครที่เดินทางบ่อย ๆ ด้วยเครื่องบิน โดยเฉพาะเดินทางระหว่างประเทศ อาจต้องเคยพบเจอกับปัญหาอาการเจ็ทแลค (Jet Lag) ซึ่งส่งผลกระทบทางด้านร่างกายและจิตใจเป็นอย่างมาก เพราะอาการนี้มักทำให้นอนหลับได้ไม่เพียงพอ หรือหลับไม่สนิท ทำให้ร่างกายเกิดความเหนื่อยล้า และอาจทำให้หมดอารมณ์ในการท่องเที่ยวได้

หากคุณเป็นหนึ่งคนที่สงสัยว่า Jet Lag คืออะไร ทำไมถึงเกิดอาการเจ็ทแลคได้ บทความนี้จะมาเคลียร์ทุกข้อสงสัย พร้อมแชร์วิธีแก้อาการเจ็ทแลค เพื่อให้คุณสามารถท่องเที่ยวได้อย่างเต็มที่ และเสริมสุขภาพการนอนหลับที่ดีไปในตัวด้วย!
อาการเจ็ทแลค ภาวะรบกวนการนอนหลับ

jet lag คืออะไร

Jet Lag คืออะไร? ทำไมถึงเกิดอาการเจ็ทแลคหลังการเดินทาง

เจ็ทแลค (Jet Lag) หรือ ‘อาการเมาเวลา’ คือภาวะที่ร่างกายไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับโซนเวลา (Time Zone) ที่แตกต่างกันได้ทันท่วงที เพราะโดยปกติแล้ว ร่างกายคนเราจะมีสิ่งที่เรียกว่า ‘นาฬิกาชีวภาพ’ หรือ Circadian Rhythm ที่จะทำให้ร่างกายรู้ว่าเวลาไหนควรต้องนอนหลับ เวลาไหนควรตื่นตามไทม์โซนของเวลาที่อยู่อาศัยเป็นหลัก ดังนั้นเมื่อมีการเดินทางข้ามประเทศ และผ่านไทม์โซนอย่างน้อย 2 โซนขึ้นไป ร่างกายจึงอาจเกิดความสับสนจนเกิดเป็นอาการเจ็ทแลคได้

อาการเจ็ทแลคเป็นอย่างไร

Jet Lag อาการเป็นอย่างไร?

อาการ Jet Lag ที่พบบ่อยนั้นมีหลากหลายรูปแบบ ซึ่งความรุนแรงจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล และขึ้นอยู่กับจำนวนไทม์โซนที่เดินทางข้ามไปด้วย โดย Jet Lag อาการแสดงมักจะมีดังนี้

  • มีปัญหาการนอนหลับ : เป็นอาการที่พบได้บ่อยที่สุด เช่น นอนไม่หลับในเวลากลางคืนของโซนเวลาใหม่, ง่วงนอนผิดเวลา, ตื่นบ่อยกลางดึก หรือหลับไม่สนิท บางคนอาจปวดเมื่อยร่างกายร่วมด้วย
  • อ่อนเพลีย เหนื่อยล้า : ร่างกายรู้สึกอ่อนแรง ขาดพลังงานตลอดวัน
  • มีปัญหาทางเดินอาหาร : เช่น ท้องผูก ท้องเสีย คลื่นไส้ หรืออาหารไม่ย่อย
  • สมาธิลดลง : มีปัญหาในการจดจ่อ ตั้งสมาธิ ตัดสินใจลำบาก
  • อารมณ์แปรปรวน : อาจจะมีอาการหงุดหงิดง่าย หรืออ่อนไหวมากเกินผิดปกติ
  • ปวดศีรษะ : เกิดอาการปวดหัวตื้อ ๆ บ่อยครั้ง

อาการเจ็ทแลค กี่วันหาย?

สำหรับอาการ Jet Lag กี่วันหายนั้นจะขึ้นอยู่กับหลากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นจำนวนไทม์โซนที่แตกต่างกัน ทิศทางการเดินทาง รวมถึงความสามารถการปรับตัวของแต่ละคน แต่โดยทั่วไปแล้ว ร่างกายจะใช้เวลาปรับตัวประมาณ 1 วัน ต่อ 1 โซนเวลา ดังนั้นอาจอนุมานได้ว่าอาการเจ็ทแลคจะหายไปเมื่อครบไทม์โซนที่ข้าม ดังนี้

  • หากข้าม 3 Time Zone ใช้เวลาประมาณ 3 วัน
  • หากข้าม 6 Time Zone ใช้เวลาประมาณ 6 วัน
  • หากข้าม 12 Time Zone ใช้เวลาประมาณ 12 วัน หรือนานกว่านั้น

อย่างไรก็ตาม หากมีการดูแลตัวเองเสริม หรือตัวช่วยที่จะเพิ่มคุณภาพการนอนหลับได้ดี อาการเจ็ทแลคอาจหายไปได้อย่างรวดเร็วโดยไม่เกี่ยวกับไทม์โซนก็ได้เช่นกัน

มีอาการเจ็ทแลค แก้ยังไงดี เคล็ดลับการรับมือและป้องกันอาการเมาเวลา

แน่นอนว่าในทุกการท่องเที่ยว ทุกคนย่อมต้องการพลังใจและร่างกายที่สดชื่น พร้อมต่อการเปิดประสบการณ์ในสถานที่ใหม่ ๆ แต่ถ้ามีอาการเจ็ทแลคก็อาจทำให้ทริปนั้นไม่เอนจอยอย่างเสียไม่ได้ ดังนั้นมาดูกันว่าหากเกิดอาการเจ็ทแลคจะมีวิธีรับมืออย่างไร และมีวิธีการป้องกันไม่ให้เกิด Jet Lag ได้อย่างไรบ้าง

เตรียมตัวก่อนการเดินทาง ป้องกันอาการเจ็ทแลค

การเตรียมตัวก่อนการเดินทาง

ก่อนการเดินทาง โดยเฉพาะการเดินทางในไฟล์ทที่ยาวนานเป็นพิเศษ และเป็นประเทศที่ไทม์โซนแตกต่างกันพอสมควร ควรเตรียมตัวดังนี้

1. ปรับเวลานอนล่วงหน้า : ก่อนเดินทาง 2-3 วัน ให้ค่อย ๆ ปรับเวลานอนให้เข้าใกล้ไทม์โซนของประเทศปลายทาง เช่น หากเดินทางไปประเทศที่อยู่ทางทิศตะวันออก ให้นอนเร็วขึ้นวันละ 1-2 ชั่วโมง หากเป็นประเทศที่อยู่ทางตะวันตก ให้นอนช้าลงวันละ 1-2 ชั่วโมง

2. พักผ่อนให้เพียงพอ : ควรพักผ่อนอย่างเต็มที่ก่อนเดินทาง เพื่อให้ร่างกายมีความพร้อม


อ่านบทความน่าสนใจเพิ่มเติม :
นอนกี่ชั่วโมงถึงพอดี? ตารางเวลาการนอนที่เหมาะสมสำหรับแต่ละวัย

วิธีรับมืออาการเจ็ทแลคบนเครื่องบิน

การปฏิบัติตัวระหว่างการเดินทางบนเครื่องบิน

ในระหว่างการเดินทาง ควรปฏิบัติตัวดังนี้

1. ปรับนาฬิกาตามเวลาปลายทางทันที : เมื่อขึ้นเครื่องบิน ให้ปรับนาฬิกาข้อมือ หรือปรับนาฬิกาในโทรศัพท์มือถือเป็นเวลาของประเทศปลายทาง และพยายามปฏิบัติตัวตามเวลานั้น

2. ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ : หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และคาเฟอีน เพราะจะทำให้ร่างกายขาดน้ำ และส่งผลต่อการนอนหลับ

3. เคลื่อนไหวร่างกาย : ลุกเดิน ยืดเส้นยืดสายบ้าง เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต

4. พยายามนอนหลับ : หากเป็นเวลากลางคืนของปลายทาง ให้พยายามนอนหลับบนเครื่องให้ได้มากที่สุด อาจใช้ผ้าปิดตาหรือที่อุดหูช่วย

รับมืออาการเจ็ทแล็ค

การปฏิบัติตัวเมื่อถึงที่หมาย

เมื่อถึงประเทศที่เป็นจุดหมายปลายทางแล้ว เพื่อลดโอกาสการเกิดเจ็ทแลค ควรปฏิบัติตัวดังต่อไปนี้

1. ปรับตัวตามเวลาท้องถิ่นทันที : พยายามรับประทานอาหารและเข้านอนตามเวลาท้องถิ่น แม้จะรู้สึกง่วงหรือไม่อยากนอนก็ตาม

2. รับแสงแดดในตอนเช้า : การได้รับแสงแดดในตอนเช้าจะช่วยปรับนาฬิกาชีวภาพของร่างกายให้เข้ากับเวลาใหม่ได้เร็วขึ้น

3. หลีกเลี่ยงการงีบหลับเป็นเวลานาน : หากจำเป็นต้องงีบ ควรจำกัดเวลางีบให้น้อยกว่า 30 นาที เพื่อไม่ให้รบกวนการนอนหลับในเวลากลางคืน

4. ออกกำลังกายเบา ๆ ตอนเช้า : การเคลื่อนไหวร่างกายเบา ๆ ในตอนเช้าจะช่วยให้ร่างกายตื่นตัวได้ดียิ่งขึ้น

5. สร้างบรรยากาศการนอนที่ดี : ปิดห้องนอนให้มืดสนิท เงียบสงบ และมีอุณหภูมิที่เหมาะสม

อ่านบทความที่น่าสนใจ:เปิด 5 เหตุผล ทำไมนอนโรงแรมแล้วหลับสบาย ที่นอนก็นุ่ม หมอนก็นิ่ม

เพิ่มคุณภาพการนอนที่ดี ป้องกันอาการเจ็ทแลค โดยที่นอนพระราม 9

คุณภาพการนอนหลับ คือกุญแจสำคัญในการฟื้นฟูร่างกายจากอาการ Jet Lag

จะเห็นได้ว่า การรับมือกับอาการเจ็ทแลคนั้นจะเน้นไปที่การเตรียมคุณภาพการนอนหลับเป็นพิเศษ ดังนั้นตัวช่วยที่จะเพิ่มคุณภาพการนอนหลับได้ดีที่สุดคงหนีไม่พ้น ‘ที่นอน’ เพื่อให้คุณเตรียมพร้อมรับทุกทริปการเดินทาง ลดโอกาสการเกิด Jet Lag ที่จะรบกวนการท่องเที่ยวที่นอนพระราม 9 พร้อมให้บริการผลิตภัณฑ์ที่จะช่วยยกระดับการนอนหลับพักผ่อนของคุณให้สมบูรณ์แบบทั้งก่อนและหลังเดินทาง

ไม่ว่าคุณจะต้องการคุณภาพการนอนแบบไหน เราพร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการด้วยที่นอนยางพาราเพื่อสุขภาพ หรือที่นอนที่นุ่มสบายระดับพอดี รองรับสรีระดีเยี่ยมอย่างที่นอนเมมโมรี่โฟม พร้อมเตียงนอน ชุดเครื่องนอนหมอน ผ้าห่ม ที่มีขนาดเหมาะสมกับการพักผ่อนอย่างแท้จริง

ปรับสมดุลการนอนหลับ พร้อมฟื้นฟูร่างกายจากอาการเจ็ทแลค ด้วยชุดเครื่องนอนจาก ที่นอนพระราม 9 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อเรา หรือโทร. 085-911-3449 และทักFacebook Messenger ของเราได้เลย!

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาการเจ็ทแลค (Jet Lag)

1. เจ็ทแลค (Jet Lag) คืออะไร และทำไมถึงเกิดขึ้น?

เจ็ทแลค หรือ ‘อาการเมาเวลา’ คือภาวะที่ร่างกายปรับตัวเข้ากับโซนเวลาที่เปลี่ยนไปไม่ทันหลังจากการเดินทางข้ามประเทศ โดยเกิดจากนาฬิกาชีวภาพของร่างกาย (Circadian Rhythm) ที่เคยชินกับเวลาเดิมสับสน
โดยทั่วไป ร่างกายจะใช้เวลาปรับตัวประมาณ 1 วันต่อ 1 โซนเวลาที่ข้ามไป เช่น หากข้าม 3 โซนเวลา อาจใช้เวลาประมาณ 3 วัน อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล การดูแลตัวเอง และตัวช่วยในการนอนหลับ
สามารถทำได้โดยปรับเวลานอนล่วงหน้า 2-3 วันก่อนเดินทาง, พักผ่อนให้เพียงพอก่อนเดินทาง, ปรับนาฬิกาตามเวลาปลายทางทันทีเมื่อขึ้นเครื่อง, ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ, เคลื่อนไหวร่างกายบนเครื่อง, พยายามนอนหลับตามเวลาท้องถิ่นเมื่ออยู่บนเครื่อง, และเมื่อถึงที่หมายให้ปรับตัวตามเวลาท้องถิ่นทันที, รับแสงแดดตอนเช้า, หลีกเลี่ยงการงีบหลับนานๆ, ออกกำลังกายเบาๆ ตอนเช้า และสร้างบรรยากาศการนอนที่ดี

สารบัญ

ร้านขายเตียงนอนเพื่อสุขภาพ ที่นอนพระราม 9

เตียงนอน BED

ร้านขายที่นอนเพื่อสุขภาพ ที่นอนพระราม 9

ที่นอน MATTRESS

ที่นอนพระราม 9
สินค้าของเรา

รับประกันคุณภาพด้วยวัสดุเกรดพรีเมียม รับประกันสินค้ายาวนาน บริการจัดส่งและติดตั้งทั่วประเทศไทย รองรับการผ่อนชำระกับธนาคารที่ร่วมรายการ และให้บริการหลังการขายที่ครอบคลุม

ร้านขายโซฟาเพื่อสุขภาพ ที่นอนพระราม 9

โซฟา SOFA

ร้านขายผ้ารองกันเปื้อนที่นอนเพื่อสุขภาพ ที่นอนพระราม 9

ผ้ารองกันเปื้อนที่นอน MATTRESS PROTECTOR

ร้านขายหมอนเพื่อสุขภาพ ที่นอนพระราม 9

หมอน PILLOW

บทความที่น่าสนใจ

ผ้ารองกันเปื้อนที่นอน

ผ้ารองกันเปื้อนที่นอน อุปกรณ์มากประโยชน์ในห้องนอน ใช้ยังไง เหมาะกับใครบ้าง?

ในห้องนอนของเรา ผ้ารองกันเปื้อนที่นอนอาจเป็นสิ่งที่หลายคนมองข้าม แต่ในความเป็นจริงแล้ว นี่คือหนึ่งในเครื่องนอนที่มีความสำคัญและจำเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ใส่ใจเรื่องความสะอาด ความสะดวกในการดูแลที่นอน และสุขอนามัยที่ดี ผ้ารองกันเปื้อนที่นอนมีบทบาทมากกว่าการเป็นแค่แผ่นผ้ารอง แต่สามารถช่วยยืดอายุการใช้งานของที่นอนได้มากขึ้น พร้อมกับเพิ่มความสบายในขณะนอนหลับ บทความนี้ ที่นอนพระราม 9 จะพาไปรู้จักกับผ้ารองกันเปื้อนที่นอนให้มากขึ้น พร้อมแนะนำว่าใครบ้างที่ควรใช้ และเลือกใช้อย่างไรให้เหมาะสม

เตียงนอนที่เหมาะกับผู้สูงอายุ

เตียงนอนแบบไหน เหมาะกับคนสูงวัย? แนวทางการออกแบบเตียงนอนเพื่อสุขภาพและความปลอดภัย

สำหรับผู้สูงอายุแล้ว แทบจะทุกอิริยาบถของการใช้ชีวิตนั้นล้วนส่งผลต่อสุขภาพร่างกายได้ ไม่เว้นแม้แต่ในเวลานอนหลับ ซึ่งสิ่งที่จะทำให้การนอนของผู้สูงอายุมีคุณภาพได้นั้น แน่นอนว่าคือ ‘เตียงนอน’ ที่ควรจะต้องตอบโจทย์สรีระและสภาพร่างกายของผู้สูงอายุได้นั่นเอง ด้วยเหตุนี้ในปัจจุบันจึงได้มี ‘เตียงผู้สูงอายุ’ มาเพื่อตอบโจทย์ผู้สูงวัยมากขึ้น

แต่ไม่ใช่ว่าจะต้องเลือกเตียงที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุเสมอไป เพียงแค่มีการเลือกฟังก์ชันบางอย่างของการออกแบบเตียงนอน และการจัดวางชุดเครื่องนอนก็ช่วยได้เช่นกัน ในบทความนี้จึงจะพาทุกท่านมาดูแนวทางการออกแบบและเลือกเตียงนอนสำหรับผู้สูงอายุ เพื่อช่วยเสริมสุขภาพด้านสรีระ ลดความเสี่ยงหกล้มหลังตื่นนอน และได้คุณภาพการนอนหลับที่ดีอีกด้วย!

สิ่งของที่ห้ามมีในห้องนอน

9 สิ่งที่ไม่ควรมีในห้องนอน! ปรับเพียงนิด หลับสนิทตลอดคืน

เคยไหม? เลือกที่นอนดี ๆ ก็แล้ว เปลี่ยนชุดเครื่องนอนใหม่ก็แล้ว แต่ทำไมยังรู้สึกว่านอนเท่าไหร่ก็ไม่พอสักที? หรือบางคืนก็นอนไม่หลับโดยไม่รู้สาเหตุ? ต้นเหตุอาจเป็นเพราะสภาพแวดล้อมในห้องนอนของคุณต่างหาก! การจัดวางสิ่งของภายในห้องนอนมีผลโดยตรงต่อคุณภาพการนอนกว่าที่คิด หากห้องนอนเต็มไปด้วยสิ่งของที่ไม่เหมาะสม อาจทำให้คุณหลับยาก หลับไม่สนิท และตื่นมาด้วยความรู้สึกอ่อนเพลียได้

ในบทความนี้ เราจะมาเปิดเผยข้อห้ามในการจัดห้องนอน ว่าวัสดุอุปกรณ์ทั้ง 9 สิ่งที่ห้ามมีในห้องนอนมีอะไรบ้าง พร้อมแนะนำสิ่งที่ควรมีในห้องนอนที่จะช่วยให้คุณหลับง่ายขึ้น และตื่นมาพร้อมความสดชื่น